สามารถสั่งซื้อได้ทุกวัน ตลอด 24 ชม.

สรุป! มีอะไรใหม่บ้างในงาน Special Event 2018 และไอโฟนรุ่นใหม่ใส่ได้สองซิม แต่ยังดูทีวีไม่ได้!

ในวันที่ 12 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา (เวลา 12.00 น ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประมาณเที่ยงคืนประเทศไทย) บริษัทแอปเปิ้ลได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสิ้น 4 ชิ้น ได้แก่ iPhone XS, iPhoneXS max, iPhone XR และ Apple Watch Series 4

สำหรับ Apple Watch เป็นไปตามการคาคการของนักวิเคราะห์หลายท่าน ที่ก่อนหน้านี้ออกมาวิเคราะห์ว่าจะมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น โดยหน้าจอของ Series 4 มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 30% โดยขนาดของตัวเรือนจะมี 2 ขนาดคือ 44 มม. และ 40 มม. ส่วนด้านหลังของนาฬิกาทำมาจากวัสดุเซรามิคสีดำ สามารถปล่อยคลื่นวิทยุผ่านด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้รับสัญญาณโทรศัพท์ได้ดีขึ้น และลำโพงที่ดังขึ้น 50% เพื่อใช้กับ Siri โดยเฉพาะ จุดเด่นคือ มาพร้อมชิพ S4 ที่มีโปรเซสเซอร์ 64 บิตแบบ Dual-core ที่ปรับแต่งมาเฉพาะ จึงประมวลผลได้เร็วกว่าเดิม 2 เท่า

 

มาต่อกันที่ iPhone Xs และ iPhone Xs Max

ในที่สุดเราก็ได้เห็นซิมคู่ หรือ Dual sims slot ในไอโฟนจนได้ แม้ว่าจะยังดูทีวีไม่ได้ก็ตาม โดย iPhone XS มีขนาด 5.8 นิ้ว และ iPhone XS Max ขนาด 6.5 นิ้ว มีการใช้หน้าจอแสดงผลแบบ Super Retina และจุดเด่นคือระบบกล้องคู่ที่เร็วขึ้น ซึ่งใช้ชิพ A12 Bionic ซึ่งเป็นชิพแบบ 7 นาโนเมตรตัวแรกในสมาร์ทโฟน มาพร้อมส่วนประมวลผลแบบสมองมนุษย์ (Neural Engine) 8 แกน สามารถประมวลผลได้ 5 ล้านล้านครั้งในหนึ่งวินาที   ซึ่งดูเหมือนว่าฟังชันก์หลายอย่างจะเน้นไปที่ลูกเล่นของกล้องมากขึ้น เช่น โหมด HDR ที่สมจริงมากขึ้น โหมดถ่ายภาพบุคคล ที่สามารถควบคุมความชัดตื่นชัดลึกได้ด้วยผู้ใช้เอง

โดยทั้ง iPhone XS และ iPhone XS Max จะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในวันศุกร์ที่ 14 กันยายน และเริ่มวางจำหน่ายในร้าน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 กันยายน เป็นต้นไป
ในส่วนของราคานั้น เริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ iPhone XS และราคา 1,099 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ iPhone XS Max

ปิดท้ายด้วย iPhone XR ที่มีให้เลือกถึง 6 สี

เห็นครั้งแรกแล้วนึกถึง i-mobile กันเลยทีเดียว โดยเป็นไอโฟนรุ่นนี้จะมีราคาถูกที่สุด วัสดุทำจากอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 เกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ ส่วนด้านหลังที่เป็นกระจก ก็ทำให้สามารถชาร์จแบบไร้สายได้ หน้าจอแบบ LCD ไร้ขอบขนาด 6.1 นิ้ว หน้าตารวมๆแล้วเหมือนไอโฟนรุ่นปัจจุบัน แต่ใช้ชิพประมวลผลเดียวกับรุ่นที่กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นเรื่องความแรงคงไม่แพ้กัน iPhoen XR มีให้เลือกใน 6 สีใหม่ ได้แก่ สีขาว สีดำ สีฟ้า สีเหลือง สีส้มคอรัล และรุ่น (PRODUCT) RED โดยมีการใช้กระบวนการลงสี 7 ชั้น เพื่อให้กระจกด้านหลังมีเฉดสีที่งดงามสะดุดตา

สามารถสั่งจอง iPhone XR ได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม และจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคมเป็นต้นไป ราคาเริ่มต้นที่ 749 ดอลลาร์สหรัฐ

อ้างอิง http://bit.ly/2x8DBbk

%d bloggers like this: