สามารถสั่งซื้อได้ทุกวัน ตลอด 24 ชม.

iPhone 13 จะรองรับ Wi-Fi 6E ส่วน iPhone SE ตัวใหม่อาจต้องรอปี 2021

แม้ว่า iPhone 12 จะเพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน แต่ข่าว iPhone 13 ก็มีหลุดออกมาให้ตื่นเต้นกันอีกแล้วนะคะ  โดยรอบนี้มาจากกลุ่มนักวิเคราะห์ชื่อดัง Barclays 

พวกเขาเชื่อว่า iPhone 13 จะใช้ Wi-Fi 6E ซึ่งจะรองรับคลื่นวิทยุจากชิปของ Skywork โดย Wi-Fi 6E นี้จะมีฟีเจอร์และความสามารถที่มากกว่า คือประสิทธิภาพสูงขึ้น เสถียรมากขึ้น รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น แถมยังขยายสัญญาณไปยังช่วงความถี่ 6 GHz อีกด้วย 

ซึ่งช่องสัญญาณ 6 GHz จะรองรับการเชื่อมต่อที่มากกว่าสัญญาณแบบ 2.4GHz และ 5GHz แบบเดิม เพราะ 6 GHz จะเป็นช่องคลื่นสัญญาณใหม่ที่เพิ่มเข้ามา มี bandwidth กว้างขึ้น และยังไร้สัญญาณรบกวนอื่น ๆ อีกด้วย  

Vijay Nagarajan ผู้บริการของบริษัทผลิตชิป Broadcom กล่าวว่า คลื่น  6 GHz อาจจะมาเปลี่ยนการใช้งาน Wi-Fi ไปอีก 20 ปีเลยทีเดียว เพราะว่าเมื่อแถบรังสีของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเชื่อมโยงกับสัญญาณ Wi-Fi แล้ว ความแรงของมันจะไม่ธรรมดา ผู้ใช้จะพบกับประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ ๆ ไปเลย โดยเฉพาะกับอุปกรณ์ประเภท AR/VR หรืออุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ 

Jayanthi Srinivasan ผู้บริหาร Cisco ได้กล่าวว่า การขยายคลื่นความถี่ไปยังช่องสัญญาณแบบ 6 GHz ของ Wi-Fi 6 จะเป็นตัวเปลี่ยนตลาดด้วย 2 เหตุผลคือ จะมีช่องสัญญาณเพิ่มมากขึ้นและจะสามารถใช้ช่องสัญญาณแบบ 160Mhz หรือมากกว่าได้ ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่ AR หรือ VR ใช้กัน 

จริงอยู่ที่ทั้ง iPhone 11 และ 12 รองรับ Wi-Fi 6 แบบมาตรฐาน แต่ไม่ใช่ช่องสัญญาณแบบ 6 GHz ซึ่งรวมไปถึง iPhone SE ด้วยเช่นกัน  

ผู้ผลิตชิปอย่าง Cirrus Logic อาจจะส่งชิปแบบใหม่ให้กับ iPhone 13 เป็นบางรุ่น แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดว่าจะมีประโยชน์กับลูกค้าในวงกว้างอย่างไร 

นักวิเคราะห์ยังบอกอีกว่า Apple อาจยังไม่มีแผนการพัฒนา iPhone SE เร็ว ๆ นี้ แม้จะมีข่าวลือว่าอาจมี iPhone SE หน้าจอใหญ่ขึ้น ประมาณ 5.5 – 6.1 นิ้วก็ตาม แต่ว่าก็ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ในหมู่ผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับ Apple เลย เช่นเดียวกับที่นักวิเคราะห์อย่าง Kuo เคยบอกไว้ว่า iPhone SE จะยังไม่เปิดตัวจนกว่าหลังกลางปี 2021 

Barclays คือนักวิเคราะห์รายแรกที่ออกมาบอกว่า Apple จะไม่ให้สายชาร์จ iPhone อีกต่อไป และยังพูดเรื่อง True Tone ของ iPhone 8 และ iPhone X การเอารูเสียบหูฟังออกจาก iPhone XS และ iPhone XR รวมไปถึงการเอา 3D Touch ออกจาก iPhone 11 ทุกรุ่นด้วย ข้อมูลเลยมีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งค่ะ 

ที่มา macrumors.com

%d bloggers like this: