สามารถสั่งซื้อได้ทุกวัน ตลอด 24 ชม.

ซื้อแอพ iOS แบบปลอดภัย ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ใช้ได้ทุกเบอร์ ทุกเครือข่าย

ขอแนะนำบริการบัตร iTunes Gift Card (บัตรของขวัญไอทูนส์) สำหรับเติมเงินซื้อแอพ เกม เพลง หนังและ In-App ต่างๆ โดยเฉพาะ เป็นทางเลือกใหม่สำหรับท่านที่ต้องการซื้อแอพแต่ไม่มีบัตรเครดิต หรือไม่ต้องการใช้บัตรเครดิตออนไลน์เพื่อความปลอดภัยแบบ 100%

เงินที่เติมด้วย iTunes Gift Card จะถูกเติมเข้า Apple ID ของตัวเอง ดังนั้นแอพที่ซื้อก็จะเป็นของตัวเอง สามารถอัพเดทเองได้ หรือลบแล้วโหลดใหม่กี่ครั้งก็ได้ไม่ต้องเสียเงินรอบสอง

side-bar-cs

สนใจ สามารถสั่งซื้อ iTunes Gift Card กับทางเราได้ง่ายๆ ตามช่องทางหน้าใน วิธีการสั่งซื้อ หรือสามารถเลือกชำระผ่าน 7-11 ได้ทุกสาขาตลอด 24 ชม. โดยเริ่มต้นเพียง 400 บาทก็ซื้อได้สูงสุด 10 แอพแบบปลอดภัย 100% ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตทันที

pokecoins-ios
(ตัวอย่างราคาเหรียญในเกม Pokémon GO)

  • เริ่มต้นเพียง 400 บาท ซื้อได้สูงสุด 10 แอพ
  • ซื้อแอพด้วยไอดีของตัวเอง
  • แอพที่ซื้ออัพเดทและโหลดซ้ำได้ฟรีตลอด
  • ซื้อ In-App พวกฟิลเตอร์ในแอพ หรือ เพชรในเกมได้ (เฉพาะแอพหรือเกมที่มีใน US Store)
  • ปลอดภัย 100% จากการใช้บัตรเครดิต

 

มั่นใจกับคุณภาพได้ 100% กับจำนวนคนถูกใจมากกว่า 250,000 คน[อ่านต่อ]

ใช้ไอโฟนรุ่นใหม่แล้วแบตไม่พอเหรอ? Apple จัดให้ด้วยเคสใหม่

หากใครพบปัญหาว่าเจ้าไอโฟนรุ่นใหม่ที่ว่าประหยัดพลังงานกว่าเดิม แบตใหญ่กว่าเดิมนั้น ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานแล้วล่ะก็ หยอดกระปุกรอซื้อเคสใหม่พร้อมแบตเตอรี่ในตัวสำหรับไอโฟนของคุณได้เลย

เมื่อเวป 9to5Mac พบไอคอนใหม่ที่อยู่ใน watchOS 5.1.2 beta ที่มีลักษณะเหมือนเคสของ iPhone XR, XS, XS Max พร้อมแบตเตอรี่ในตัว จึงน่าจะเป็นไปได้ว่าทาง Apple จะเริ่มขายอุปกรณ์เสริมตัวใหม่นี้เร็วๆ นี้ครับ

ที่ผ่านมา Apple เคยทำเคสพร้อมแบตเตอรี่ในตัวสำหรับ iPhone 6, 6s, 7 มาแล้ว โดยขายที่ราคา $99 หรือประมาณ 3,500 บาท

ที่มา: MacRumors

ประกาศผู้โชคดีประจำเดือน พฤศจิกายน 2561

 

รายชื่อผู้โชคดีสำหรับท่านที่ใช้บริการ iTunes Gift Card กับทาง IGC.IN.TH ในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2561 มาแล้วจ้า

ผลประกาศผู้โชคดี 3 ท่านประจำเดือนนี้ จะมาจากการสุ่มรายชื่อท่านที่สั่งซื้อผ่านระบบอัตโนมัติต่างๆ หรือแจ้งชำระเงินผ่านระบบออนไลน์บนหน้าเวปเท่านั้น โดยผู้โชคดีทั้ง 3 ท่านจะได้รับรางวัลบัตร iTunes Gift Card มูลค่า $25, $15 หรือ $10 ท่านละ 1 รางวัล

แนะนำสุดยอดแอปพลิเคชันสำหรับบล็อกเบอร์ขายประกัน ที่สำคัญใช้ฟรี


ทุกคนที่เคยเปิดบัญชีธนาคาร ไม่ว่าจะของที่ใดก็ตาม ไม่เกิน 3 เดือนแรกย่อมเจอคนโทรมาขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ บัตรเครดิต หรือประกัน ที่เรียกได้ว่า ถ้าเราเป็นคนไม่ใจแข็ง ปฏิเสธคนไม่เป็น ก็ได้คุยกันยาว เสียเวลาหลายนาทีเหมือนกัน โดยรวมแล้วปัญหาหลักที่ทุกคนเจอเหมือนๆกันคือ ไม่รู้ว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ใคร ดังนั้นจึงเกิดแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Who Call – Caller ID & Block

ซึ่งแอปดังกล่าวมีหลักการทำงานที่ง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงมาก แค่เราดาวโหลดลงเครื่อง จากนั้นทุกครั้งที่มีโทรศัพท์เข้า แอปพลิเคชันก็จะมีหน้าต่างเล็กๆแสดงขึ้นมา เพื่อบอกว่าใครโทรมา ซึ่งข้อมูลเบอร์โทรศัพท์นั้นก็มาจากผู้ใช้แอปพลิเคชั่นคนก่อนๆ ใส่ข้อมูลเข้าไปในแอปนั้นเอง เพียงแค่ต้องเปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ทขณะใข้งาน เพราะแอปพลิเคชันนี้ใช้ระบบคราวด์ในการดึง และแสดงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์

ในส่วนของเรา ก็สามารถใส่ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ใหม่เข้าไปเพิ่มได้เช่นกัน สมมุติว่าเราพบเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ต้องการรับสาย แต่เบอร์นั้นยังไม่มีข้อมูลในแอปพลิเคชัน เราก็สามารถกดบันทึกข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปได้ ครั้งถัดไปเราก็สามารถหลีกเลี่ยงสายที่ไม่พึงปราถณาได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องเสียเวลารับสาย

ที่สำคัญคือแอปพลิเคชันนี้ สามารถใช้งานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด
ถือว่าเป็นแอปที่ประโยชน์ ควรค่าที่จะมีติดไว้ทุกเครื่องจริงๆ

คลิกเพื่อดาวน์โหลด

5 ความเชื่อ เรื่องวิธียืดอายุแบตเตอรี่ไอโฟนไปนานขึ้น (รึปล่าว)


ปัญหาโลกแตกของผู้ใช้ไอโฟนทุกคนคือแบตเตอรีที่อายุสั้นลง(เร็วขึ้นทุกวัน) แม้ว่ามีหลายคนออกมาวิเคราะห์ และแนะนำถึงวิธีการใช้ไอโฟนอย่างถนอมแบตเตอรี่ ซึ่งบางทีก็ได้ผล บางทีก็ไม่ได้ผล แต่โดยรวมแล้ว มี 5 ความเชื่อยอดนิยม ให้เราสามารถลองทำ แล้วพิสูจน์ดูว่าช่วยยืดอายุจริงหรือไม่

1. ปิดแอปที่ไม่ได้ใช้งานทันที
ปิดในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าแค่ปิดหน้าจอ แต่หมายถึงให้ปิดการใช้งานไปเลย เพราะโดยปกติแล้ว เมื่อเราเปิดแอปขึ้นมา แอปนั้นจะทำงานต่อเนื่องแม้ ( BackGround running) ซึ่งเราอาจจะหลงลืมไปบ้าง


2. ไม่ชารท์แบตข้ามคืน
หลายปีก่อน เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงว่าช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้จริงหรือไม่ แต่ไม่นานมานี้มีการเปิดเผยว่าอายุแบตเตอรรี่ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ชาร์ท
หรือ Circle Count ร่วมถึงสมารท์โฟนรุ่นใหม่ๆ มีระบบจัดการแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นมาก ดังนั้นการเรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับอายุการใช้งาน

3. เปลี่ยนแบตเตอรี่กับทางแอปเปิ้ล
สืบเนื่องจากปีที่แล้ว ที่มีข่าวแอปเปิ้ลจงใจทำให้เครื่องช้าลง โดยให้ลดกำลังการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่สู่ชิปประมวลผล จนทำให้แอปเปิ้ลต้องออกมาขอโทษ รวมถึงออกโปรขายแบตเตอรี่ในราคาพิเศษ เพื่อให้ผู้ใช้งานมาเปลี่ยนแบตเตอรี่ แล้ววิธีนี้สามารถช่วยให้เครื่องทำงานไว้ขึ้น หรืออายุแบตเตอรี่ดีขึ้นหรือไม่?
คำตอบคือก็ไม่เสมอไป เพราะที่ผ่านมาแบตเตอรี่ในบางเครื่องมีสภาพที่ดีอยู่แล้ว แต่ผู้ใช้ก็ยังยืนยันที่จะเปลี่ยน ดังนั้นผลลัพท์การใช้งานเครื่องที่ออกมา ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

4. ปิดสัญญาณ WIFI
จริงๆแล้วเรื่องการเปิดสัญญาณ WIFI ไม่ใช่เรื่องแย่ขนาดนั้น เพราะจริงๆแล้วในพื้นที่อับสัญญาณ การเปิด Airplane Mode แล้วใข้ WIFI แทน Cellular สามารถประหยัดแบตเตอรี่ได้มากกว่า เนื่องจาก WIFI ใช้พลังงานน้อยกว่า

5.  เปิดใช้โหมดปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว
ผู้ใช้หลายคนมักจะปรับความสว่างเองเนื่องจากเชื่อว่าจะทำให้ประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้น แต่แอปเปิ้ลก็ยืนยันว่า การใข้โหมดปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ดีกว่า โดยที่จริงแล้ว แม้เราเปิดโหมดนี้ทิ้งไว้ เราก็สามารถปรับความสว่างลดลงได้เอง ที่ Control Center ซึ่งก็ช่วยประหยัดแบตเตอรี่เช่นกัน… [อ่านต่อ]

ผลการทดลองชี้ เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถอันตรายกว่าเมาแล้วขับ!!!


ในช่วงวันหยุดยาวคนไทยส่วนใหญ่มักเดินทางกลับบ้าน โดยเฉพาะทางรถยนต์ ซึ่งอัตราการเกิดอุบัติเหตุนั้นสูงขึ้นทุกปีนอกเหนือจากเมาแล้วขับ อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญในยุคดิจิตอลคือการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์ ที่รวมถึงการส่งข้อความระหว่างขับรถด้วย ซึ่งมีผลวิจัยจากกลุ่ม Pew Research ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า

วัยรุ่นร้อยละ 34 และผู้ใหญ่ร้อยละ 47 ใช้โทรศัพท์เพื่อส่งข้อความในขณะขับรถ อีกทั้งในปี 2008 สำนักงานทางหลวงเพื่อความปลอดภัยแห่งชาติ (NHTSA) มีรายงานออกมาว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,000 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 500,000 คน เนื่องมาจากการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

งานวิจัยดังกล่าวนี้ ทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า การขาดสมาธิขณะขับรถ อาจทำให้เกิดความรุนแรง และอุบัติเหตุตามมาได้ เพราะการใช้โทรศัพท์ทำให้เราละสายตาจากถนน แม้ว่าจะเป็นแค่เสี้ยววินาที ก็สามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ และในงานวิจัยยังกล่าวอีกว่า การเล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับรถ นั้นอันตรายยิ่งกว่าเมาแล้วขับ

โดยต่อมาในปี 2009 มีการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่า การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ มีอันตรายมากกว่าเมาแล้วขับจริงหรือไม่
ในการทดลองมีอาสาสมัคร 2 คน โดยคนแรกให้ขับรถโดยไม่มีสิ่งรบกวนใดๆ ส่วนคนที่สองต้องเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถไปด้วย ในส่วนของคนที่เล่นโทรศัพท์ เขาจะเบรกรถทุกๆ 56.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนคนที่ไม่ได้เล่น จะเบรกรถทุกๆ 112.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเมื่อเทียบกัน ทั้งสองคนมีผลที่แตกต่างกันมาก แล้วต่อมาในการทดลองครั้งที่สอง โดยการให้อาสาสมัคร 2 คนมาขับรถ โดยคนแรกให้ดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนอีกคนไม่ดื่มแต่ให้เล่นโทรศัพท์ไปด้วย ผลปรากฏว่า คนที่ดื่มแอลกอฮอล์มีการตอบสนองต่อการขับขี่ ดีกว่าคนที่เล่นโทรศัพท์เสียอีก

อย่างไรก็ตาม การขับขี่ที่ปลอดภัยที่สุดคือ ขับรถอย่างมีสติ มีสมาธิ ไม่เล่นโทรศัพท์ และงดดื่มแอลกอฮอล์

%d bloggers like this: