สามารถสั่งซื้อได้ทุกวัน ตลอด 24 ชม.

iPhone 13 และ iPhone 13 mini มาพร้อมฟีเจอร์ Cinematic สีใหม่ แบตอึดขึ้น และอื่น ๆ 

iPhone 13 และ iPhone 13 mini มาแล้ว ใครรออยู่ต้องรีบเข้ามาดูเลยค่ะ เพราะมาเต็มเรื่องกล้อง จะถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอก็สวยปัง มีสีใหม่ให้เลือก แบตก็ใช้ได้นานกว่าเดิมอีกด้วย และอื่น ๆ อีกเยอะค่ะ 

iPhone 13 และ iPhone 13 mini มีให้เลือกถึง 5 สี คือสีชมพู, น้ำเงิน, มิดไนท์, สตาร์ไลท์ และรุ่น (PRODUCT)RED ค่ะ

iPhone 13 และ iPhone 13 mini มาพร้อมขอบแบนที่ Apple บอกว่าทนทานขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังใช้หน้าจอ Super Retina XDR แบบ OLED เคลือบด้วย Ceramic Shield ที่แข็งแกร่งกว่ากระจกทั่วไปค่ะ 

ส่วนขนาดหน้าจอก็แบ่งเป็น iPhone 13 ขนาด 6.1 นิ้ว และ iPhone 13 mini ขนาด 5.4 นิ้วค่ะ 

กล้องหลังของ iPhone 13 และ iPhone 13 mini มี 2 ตัวนะคะ 

  • ไวด์ (Wide) ทางยาวโฟกัส 26 มม. รูรับแสงขนาด ƒ/1.6 ชุดเลนส์ 7 ชิ้น รับแสงได้มากขึ้น 47% พร้อมระบบกันสั่นที่เซ็นเซอร์ ภาพจะนิ่งและคมมากค่ะ
  • อัลตร้าไวด์ (Ultra-Wide) ทางยาวโฟกัส 13 มม. รูรับแสงขนาด ƒ/2.4 ชุดเลนส์ 5 ชิ้น รับแสงได้มากขึ้น 47% ถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้ดีเช่นเดิมค่ะ

ระบบกันสั่นที่เซ็นเซอร์ของกล้องไวด์ที่ช่วยให้ถ่ายภาพนิ่งขึ้นแม้มือคุณจะไม่นิ่งก็ตาม 

คุณภาพของภาพที่ถ่ายในภาวะแสงน้อย เรียกได้ว่าบรรยากาศแทบจะมืดเลยอาจจะถูกต้องกว่านะคะเนี่ย

โหมดนี้คนรักการถ่ายวิดีโอต้องชอบแน่นอน เพราะมันคือ Cinematic หรือ โหมดภาพยนตร์ ทำให้ถ่ายวิดีโอที่มีมิติความชัดตื้นได้ดีมาก ๆ และยังเปลี่ยนจุดโฟกัสระหว่างตัวแบบโดยอัตโนมัติ และที่สำคัญคือมันสมูทมากด้วย ถ้าไม่พอใจก็ยังปรับแต่งเอฟเฟ็กต์ระยะชัดลึกหลังจากที่ถ่ายไปแล้วได้ด้วยนะ

ฟีเจอร์นี้ใช้ได้ทั้งกล้องไวด์ เทเลโฟโต้ หรือ TrueDepth ในโหมดภาพยนตร์ได้ และรองรับ HDR ในแบบ Dolby Vision ด้วยค่ะ ใครอยากลองทำหนังสักเรื่องต้องลองค่ะ 

รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่อีกอย่างค่ะ ‘สไตล์ภาพถ่าย’ คุตั้งค่า ‘โทน’ และ ‘โทนอุ่น’ ได้ค่ะ ซึ่งมันทำงานต่างจากฟิลเตอร์แอพกล้องทั่วไปตรงที่ท้องฟ้าและสีผิวจะยังคงดูเป็นธรรมชาติค่ะ แต่สีส่วนอื่นจะปรับตามโทนที่เลือก โดยกระบวนการจัดการภาพจะช่วยเรนเนอร์สไตล์ให้คุณดูแบบเรียลไทม์กันไปเลย  

  • โทน ภาพจะสว่างและสีสันสดใสยิ่งขึ้น ปรับลดให้เงาดำมืดยิ่งขึ้นและมีคอนทราสต์จัดขึ้น
  • โทนอุ่น ปรับให้ภาพมีโทนสีทองมากขึ้นและมีโทนสีฟ้ามากขึ้น

กล้องหน้าของ iPhone 13 และ iPhone 13 mini ก็ปังไม่แพ้กันนะคะ เพราะมาพร้อมคุณสมบัติล่าสุดทั้งหมดของกล้องหลังเลยค่ะ ทั้งโหมดภาพยนตร์, สไตล์ภาพถ่าย, บันทึก HDR ในแบบ Dolby Vision, โหมดภาพถ่ายบุคคล, เซลฟี่ในโหมดกลางคืน, HDR อัจฉริยะ 4, Deep Fusion

นอกจากนี้คุณสมบัติด้านการถ่ายภาพของ iPhone 13 และ iPhone 13 mini ยังแน่นไม่แพ้ตัว Pro นะคะ ทั้ง ทั้ง Slo-mo Selfi, 4K60HDR, Ultrawide, TrueDepth, Portrait, Night Mode Timelapse

iPhone 13 และ iPhone 13 mini มาพร้อมชิป A15 ทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม 30% ค่ะ 

ส่วนแบตเตอรี่ก็ประหยัดขึ้นเยอะค่ะ iPhone 13 ใช้ได้นานกว่าเดิม 2.5 ชั่วโมงและเพิ่มขึ้น 1.5 ชั่วโมงบน iPhone 13 mini เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนค่ะ สรุปสั้น ๆ คือใช้ทั้งวันยังเหลือ! 

iPhone 13 และ iPhone 13 mini มีให้เลือกถึง 5 สี คือสีชมพู, น้ำเงิน, มิดไนท์, สตาร์ไลท์ และรุ่น (PRODUCT)RED ค่ะ ส่วนขนาดความจุมีให้เลือกถึง 3 ขนาดค่ะ เริ่มที่ 128GB, 256GB และ 512GB ค่ะ  

เริ่มสั่งจองได้ที่ >> apple.com ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมและเริ่มวางจำหน่าย 8 ตุลาคมนี้ค่ะ ส่วนราคาของแต่ละรุ่นก็ตามในตารางด้านล่างนี้เลยค่ะ

%d bloggers like this: